วานนี้ (21 มิ.ย.) เป็นวันแรกของการลงทะเบียนโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เพื่อกระตุ้นการบริโภค ผู้มีกำลังซื้อ และสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม(VAT) โดยให้สิทธิ E-Voucher สูงสุด 7,000 บาทต่อคน วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 60,000 บาทต่อคน ซึ่งยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิ E-Voucher ไม่เกิน 5,000 บาท/คน/วัน

และจะได้รับ E-Voucher ในรูปแบบของสิทธิเข้า G-Wallet โดยการใช้จ่าย 1-40,000 บาท ได้คืน 10% สูงสุด 4,000 บาท และใช้จ่าย 40,001-60,000 บาท ได้คืน 15% สูงสุด 3,000 บาท

โดยกระทรวงการคลังได้เปิดให้ประชาชนเข้าลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 6.00 น. แต่ปรากฎว่ายอดการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไม่คึกคัก ล่าสุด 6.00 น. ของวันต่อมา ยังเหลือสิทธิ์อีกกว่า 3.7 ล้านสิทธิ์

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า โดยปกติแล้วการเปิดโครงการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ จะได้รับความสนใจจากประชาชนสมัครเข้าร่วมโครงการเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในวันแรกของการเปิดลงทะเบียน แต่ครั้งนี้ กลับไม่คึกคักเท่าที่ควร ซึ่งถือว่าผิดปกติ โดยคาดว่ามาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ประชาชนยังไม่เข้าใจในเงื่อนไขของโครงการ , การลงทะเบียนรับสิทธิ์ในโครงการอื่นไปแล้ว และ เงื่อนไขไม่จูงใจ

ทั้งนี้ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็นโครงการที่รัฐบาลหวังจะกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง แต่เงื่อนไขการใช้จ่ายในโครงการที่ไม่ชัดเจน และ ยุ่งยาก ประกอบกับการได้รับเงินคืนที่ไม่จูงใจเท่าที่ควร จึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในเชิงการตลาด และไม่ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบโครงการ

อย่างไรก็ตามมองว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งประชาสัมพันธ์ เงื่อนไขโครงการให้ชัด และหากทำแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จ ก็อาจต้องมีการทบทวน

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กกร. ได้มีการเสนอ โครงการช้อปดีมีคืนใช้จ่ายลดหย่อนภาษี 10-35% ซึ่งมองว่าน่าจะตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากกว่า

ส่วนความคืบหน้าการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 ล่าสุดมีสิทธิ์คงเหลือ 3,032,245 สิทธิ์ โดยผู้ที่ลงทะเบียนได้รับสิทธิ์แล้วจะต้องเข้าไปยืนยันตัวตนอีกครั้งในแอปฯเป๋าตัง ตามขั้นตอนที่กำหนด โดยผู้ที่จะต้องทำการยืนยันตัวตนใหม่ คือ ผู้ที่เคยร่วมโครงการรัฐ ด้วยการสแกนใบหน้าเทียบกับรูปถ่าย และยังไม่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนกับธนาคารกรุงไทย หรือ เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน และสแกนใบหน้าผ่านครั้งแรก ลบแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง และยกเลิกการผูก G wallet

อย่างไรก็ตามจากการทดสอบระบบยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ เป๋าตัง พบว่ายังมีข้อขัดข้องในบางจุดเช่น การสแกนใบหน้าไม่ผ่าน , ระบบค้างระหว่างการตรวจสอบข้อมูล ทำให้การยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ ส่งผลให้หลายคนเลือกที่จะลบแอปฯ แล้วลงใหม่ และต้องไปยืนยันตัวตนใหม่ที่ธนาคาร หรือ ตู้ เอทีเอ็มสีเทา ของธนาคารกรุงไทยก่อนจึงจะสามารถยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ได้

อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ :
————————-
#เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News)
วันที่ 22 มิถุนายน 2564
ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารก่อนใครได้ที่นี่
ch3plus :
facebook :
Twitter :
YouTube :